5 สถานที่เหมาะกับการ เล่นกับลูก เสริมพัฒนาการเด็ก 1-3 ขวบ

0
กิจกรรมเล่นกับลูก

เด็กในวัย 1-3 ขวบ เป็นช่วงวัยที่กำลังศึกษาและเรียนรู้จากสิ่งรอบๆ ตัวได้ดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่นอกจากจะต้องส่งเสริมการเรียนรู้จากการให้เด็กได้เล่นของเล่น หรืออ่านหนึ่งสือจากที่บ้านแล้ว การออกไป เล่นกับลูก นอกบ้านจากสถานที่ที่ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้ลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นในหลายๆ ด้านค่ะ

สำหรับสถานที่ที่เรานำมาแนะนำกันนี้ก็เป็นสถานที่ที่สามารถไปเที่ยวเล่นทำกิจกรรมกันได้ทั้งครอบครัวเลยค่ะ ลองมาดูทั้ง 5 สถานที่นี้กันเลยค่า

เล่นกับลูก

1. ลุยโคลนด้วยกันที่ป่าชายเลน

แม้ว่าสถานที่อย่างป่าชายเลนอาจทำให้เด็กๆ กลัวได้บ้างในช่วงแรกๆ แต่เมื่อไปกันเป็นครอบครัวและมีคุณพ่อคุณแม่คอยดูแลให้ความสนใจแล้วล่ะก็ การ เล่นกับลูก ที่ป่าชายเลนก็เป็นกิจกรรมที่สนุกทีเดียวค่ะ ให้เด็กๆ ได้ลองเหยียบโคลนและดูสัตว์นานาชนิดก็ช่วยสร้างการเรียนรู้ที่ดีเลยค่ะ

2. ท้องฟ้าจำลอง

สำหรับที่นี่เด็กๆ จะได้เดินชมนิทรรศการ และร่วมทำกิจกรรมสร้างการเรียนรู้จากที่ทางท้องฟ้าจำลองได้จัดไว้ให้ค่ะ ซึ่งหลายๆ กิจกรรมก็เป็นกิจกรรมเล่นกับลูกที่คุณพ่อคุณแม่ร่วมสนุกกับลูกหรือให้คำแนะนำในการเล่น ให้กับเด็กๆ ได้ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีแหล่งเรียนรู้ที่จำลองท้องฟ้าและอวกาศมาให้ได้ชมกันอีกด้วยค่ะ

เล่นกับลูก

3. สวนสาธารณะ

สถานที่ที่ไม่เพียงแค่จะได้ทำกิจกรรมร่วมกันของพ่อแม่ลูกเท่านั้น แต่สวนสาธารณะก็ยังเป็นสถานที่ ที่เด็กๆ จะได้สูดอากาศดีๆ และชมความสวยงามของธรรมชาติรอบๆ ตัวค่ะ โดยการเล่นกับลูกที่สวนสาธารณะก็มีอยู่มากมายหลายกิจกรรมเลยค่ะ หรือจะลองเอาไอเดียจาก 5 กิจกรรมนี้ ไปลองเล่นกับลูกที่สวนสาธารณะดูก็ได้ค่ะ

4. ก่อกองทรายริมทะเล

ทะเลใกล้กรุงเทพนั้นเป็นอีกสถานที่ดีๆ ที่เหมาะต่อการพาเด็กไปเที่ยวชมความสวยงามจากธรรมชาติ และเล่นสนุกสนานกันได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นน้ำทะเลหรือการ ก่อกองทรายริมทะเลค่ะ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้สามารถที่จะเล่นกับลูกๆ ได้อย่างสนุกสนานจนลืมเวลาทีเดียวค่า

กิจกรรมเล่นกับลูก

5. ตั้วแคมป์ส่องสัตว์ที่อุทยานแห่งชาติ

สำหรับเด็กๆ ที่อยู่ในวัย 2-3 ขวบนั้น การพาออกไปส่องสัตว์หรือตั้งแคมป์ตามแหล่งศึกษาธรรมชาติแบบอุทยาน จะเป็นวิธีที่ช่วยให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องของระบบนิเวศน์ รวมทั้งได้ดูสัตว์อีกมากมายค่ะ ที่สำคัญคือได้ใช้เวลาร่วมกันได้บ้านพักของอุทยาน หรือจะกางเต๊นท์ค้างแรมในวันที่อากาศดีๆ ก็ได้เหมือนกันค่า

วันหยุดยาวเมื่อไหร่ก็อย่าลืมหาไอเดียในการออกไป เล่นกับลูก นอกสถานที่จากทั้ง 5 สานที่ ที่เรานำมาแนะนำกันนะคะ รับรองว่าจะสนุกและได้เสริมสร้างพัฒนาการให้กับเด็กๆ แน่นอนค่ะ

5 เมนูอาหารที่สามารถใช้ทำกิจกรรม เล่นกับลูก ที่บ้านได้

0
กิจกรรมเล่นกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าการทำ กิจกรรมเล่นกับลูก นั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกใช้ของเล่นกันเพียงอย่างเดียวค่ะ เพราะการเล่นกับลูกก็ยังสนุกได้จากเมนูอาหารกันด้วยนะคะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกเมนูโปรดมาใช้ในการเล่นกับลูกได้ด้วยค่ะ โดยเราได้นำเมนูสนุกๆ ที่น่าสนใจมาให้เลือกกัน 5 เมนูด้วยกันค่า

เล่นกับลูก

1. สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา 

เมนูนี้จะ เล่นกับลูก ได้ด้วยการนำเส้นสปาเก็ตตี้มาใช้เป็นอุปกรณ์ในการเล่นค่ะ เพียงแค่นำเส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกสุกแล้วมาโยนขึ้นเพดาน เพื่อให้เส้นติดบนผนังเพดานค่ะ อาจจะเล่นสนุกให้มากขึ้นด้วยการโยนเส้นให้ทับกันก็ได้เหมือนกันค่ะ แต่แนะนำว่าอย่าเล่นมากจนเกินไปนะคะ เดี๋ยวจะไม่เหลือเส้นสปาเก็ตตี้ให้ผัดขี้เมาทานกันค่า

2. สร้างสรรค์เมนูไข่จากสัตว์นานาชนิด

กิจกรรมเล่นกับลูก กิจกรรมนี้จะช่วยเพิ่มทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ให้กัยลูกได้ดีค่ะ เพียงแค่เลือกเมนูไข่อย่าง ไข่ดาวหรือไข่เจียวก็ได้ค่ะ จากนั้นก็นำมารังสรรค์บนกระทะให้เกิดเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ค่ะ อาจจะลองให้ลูกออกแบบดูว่าต้องราดไข่ไปในทิศทางไหน หรือจะตกแต่งอย่างไร ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสนุกๆ ที่ได้ทั้งพัฒนาการและความอร่อยเลยล่ะค่ะ

เล่นกับลูก

3. แซนวิชหลากสี

สำหรับเมนูนี้จะสนุกตรงที่เป็นเมนูที่ได้เลือกสรรสิ่งที่จะนำมาเป็นท็อปปิ้งสำหรับมาวางเป็นใส้ของแซนวิชค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผักสีสันสวยงามชนิดต่างๆ เนื้อหมู เบค่อน แฮม และชีสชนิดต่างๆ ซึ่งการให้ลูกได้เลือกและวางเป็นชั้นๆ ด้วยตัวเองจะช่วยเสริมทักษะทางความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งยังช่วยให้เด็กสนุกกับการได้ทำอาหารเช้าด้วยตัวเองอีกด้วยนะคะ

4. คุกกี้แสนสนุก

บ้านไหนที่มีเตาอบขนมเค้ก เหมาะมากๆ ที่จะเอาเมนูนี้ไปเป็นเมนูแสนสนุกของลูกๆ ค่ะ ด้วยการให้เด็กได้นำส่วนผสมต่างๆ มาวางบนคุกกี้ เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นรูปหน้าตา รวมทั้งการให้ลูกมีส่วนช่วยคุณพ่อคุณม่ปั้นคุกกี้เป็นรูปร่างของสัตว์ หรือต้นไม้ ตามแต่จินตนาการของเด็กๆ ค่ะ รับรองว่าทั้งสนุกทั้งได้เพลินกับการสร้างสรรค์คุกกี้ในแบบของตัวเองด้วยค่ะ

กิจกรรมเล่นกับลูก

5. บัวลอยแสนสวย

ขนมไทยๆ ก็สามารถเอามาเล่นสนุกกับลูกได้เช่นเดียวกันค่ะ โดยเฉพาะในขั้นตอนของการทำที่ต้องปั้นบัวลอยเป็นลูกกลมๆ ค่ะ แถมยังมีการผสมสีผสมอาหารในการทำบัวลอยด้วยนะคะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจจะคอยดูแลกำกับลูกระหว่างที่ทำ แล้วค่อยๆ ให้ลูกตกแต่งเพิ่มเติมสีสันของบัวลอย หรือการปั้นให้ดูสวยงามได้ค่ะ

เรียกได้ว่าการทำอาหารก็เป็นช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทำกิจกรรมอย่างการ เล่นกับลูก ได้สนุกสนานไม่แพ้กิจกรรมอื่นๆ เลยล่ะค่ะ ที่สำคัญคือช่วยในเรื่องของการฝึกสมองใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่า ลองนำไปปรับใช้กับเด็กๆ ที่บ้านดูนะคะ

 

5 ไอเดีย เล่นกับลูก ที่สามารถทำได้จากผลไม้

0
เล่นกับลูก

ผลไม้นั้นเป็นอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพของเด็กๆ ซึ่งไม่เพียงแค่มีประโยชน์ในด้านของสุขภาพเท่านั้น แต่ผลไม้ยังเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำมาใช้ “เล่นกับลูก” ได้ด้วยนะคะ สำหรับบ้านไหนที่ชอบซื้อผลไม้มารับประทาน และมีเด็กวัย 3-5 ขวบแล้วล่ะก็ ลองมาดู 5 ไอเดียสำหรับทำ กิจกรรมเล่นกับลูก จากผลไม้กันเลยค่า

เล่นกับลูก

1. เกมทายรูปทรง

ลองหาผลไม้ที่มีรูปทรงที่แตกต่างกันอย่าง เช่น ส้ม, สัปปะรด, กล้วย มาวางรวมกันโดยการ เล่นกับลูก ก็เพียงแค่ให้เด็กๆ ลองทายกันดูค่ะว่า รูปทรงของผลไม้แต่ละชนิดนั้นเป็นรูปทรงแบบไหน วงกลม สามเหลี่ยม หรือว่าสี่เหลี่ยมค่ะ พร้อมกันนี้ก็สามารถสอนให้เด็กๆ ได้รู้ด้วยค่ะว่าความแตกต่างของรูปทรงแต่ละชนิดคืออะไร เด็กก็จะมีความช่างสังเกตมากขึ้น และมีพัฒนาการทางด้านการวิเคราะห์ที่ดีขึ้นด้วยค่ะ

2. วาดภาพระบายสีเสริมสร้างจิตกรน้อย

อีกหนึ่ง กิจกรรมเล่นกับลูก ที่ต่อยอดมาจากการวางผลไม้รวมกันค่ะ ซึ่งการวางผลไม้หลากหลายชนิดรวมกันไว้คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถที่จะให้ลูกหยิบกระดาษ ดินสอ และสี มาวาดภาพสนุกๆ จากกองผลไม้ได้เลยค่ะ ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ค่ะ

กิจกรรมเล่นกับลูก

3. เกมทายคำศัพท์

สำหรับกิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ว่าผลไม้แต่ละชนิดนั้น มีชื่อเรียกว่าอะไรบ้าง ซึ่งการทายคำศัพท์นั้นคุณพ่อคุณแม่อาจจะเขียนตัวพยัญชนะที่อยู่ในชื่อของผลไม้แต่ละชนิด แล้วเว้นช่องว่างเอาไว้ 1-2 ตัว เพื่อให้ลูกเขียนเติมคำในช่องว่างก็ได้เหมือนค่ะ หรือจะพูดชื่อของผลไม้แต่ละชนิดก่อนแล้วค่อยหยิบขึ้นมาให้ลูกทายดูอีกครั้ง เป็นกิจกรรมที่เด็กจะได้ความรู้เรื่องคำศัพท์ การสะกดคำ รวมทั้งเสริมพัฒนาการในการทำสมาธิและฝึกสมองได้ดีทีเดียวค่ะ

4. ฝึกสมาธิและการสังเกตด้วยการปั้น

บ้านไหนที่มีแป้งโด หรือดินน้ำมันจะสามารถนำมาใช้ในการทำกิจกรรมนี้ได้ค่ะ ซึ่งก็เพียงแค่ให้เด็กๆ เลือกผลไม้ที่ชื่นชอบที่สุดมาหนึ่งชนิดค่ะ จากนั้นก็ให้ลูกค่อยๆ ปั้นแป้งโดหรือดินน้ำมันตามแบบของผลไม้ชนิดนั้นๆ เลยค่ะ ง่ายๆ เท่านี้แต่เด็กจะได้เสริมพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์และฝึกสมาธิได้จากกิจกรรมนี้เลยค่ะ

เล่นกับลูก

5. กลิ้งผลไม้เข้าเส้นชัย

กิจกรรมนี้จะเป็น กิจกรรมเล่นกับลูก ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถแข่งกับลูกๆ ได้อย่างสนุกสนานค่ะ ซึ่งวิธีเล่นก็เพียงแค่ให้เลือกผลไม้ที่มีรูปร่างกลมค่ะ แล้วกำหนดเส้นชัยเอาไว้สักหน่อยค่ะ จากนั้นก็แข่งกันกลิ้งผลไม้ให้เข้าเส้นชัยค่ะ ใครกลิ้งเข้าไปได้ก่อนก็เป็นอันชนะเลยค่า

ทั้ง 5 ไอเดียนี้คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถที่จะนำไป เล่นกับลูก ที่บ้านได้ค่ะเพราะเพียงแค่ผลไม้ที่ให้ทั้งประโยชน์และความอร่อย ก็นำมาใช้เป็นอุปกรณ์เล่นสนุกกับลูกได้ค่ะ ลองนำไปใช้กันดูนะคะ

 

5 ไอเดีย เล่นกับลูก เสริมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์

0
เล่นกับลูก

เรื่องของความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่สำคัญกับเด็กๆ มากเลยค่ะคุณพ่อคุณแม่ เพราะในวัยเด็กนั้น ไม่ว่าจะทำอะไร จะคิดอะไร ก็ล้วนแต่ต้องมีการเติมเสริมแต่งเรื่องของจินตนาการ และความคิดเห็นส่วนตัวของเด็กๆ เข้าไปด้วยอยู่เสมอค่ะ ทำให้การส่งเสริมให้เด็กรู้จักคิดนั้นเป็นอีกวิธีในการบริหารสมองที่ดีกับลูกๆ ค่ะ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาไอเดียดีๆ ในการ เล่นกับลูก เพื่อเติมเต็มด้านความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูก วันนี้เราก็มี 5 กิจกรรมเล่นกับลูก ที่ทั้งสนุกและต่อยอดการใช้ความคิดให้กับเด็กมาฝากกันค่ะ

เล่นกับลูก

1. ฝึกเย็บปักด้วยการร้อยด้าย 

เด็กๆ สามารถที่จะสนุกกับการเย็บปักถักร้อยได้เหมือนกันนะคะ โดยการ เล่นกับลูก ด้วยการใช้กระดาษหรือตัวแบบที่เป็นรูปสัตว์ หรือต้นไม้ต่างๆ ค่ะ นำมาเจาะรูวงกลม ให้รอบๆ ตัวแบบค่ะ เว้นระยะห่างระหว่างแต่ละรูเอาไว้สักหน่อย จากนั้นก็ให้เด็กลองนำด้าย หรือเชือกเส้นเล็กมาสอดเข้ารูที่เจาะไว้ค่ะ ค่อยๆ ร้อยทีละรูจนครบทั้งหมดค่ะ ซึ่งระหว่างทางนั้น จะร้อยสลับช่องกัน หรือเรียงกันก็ได้นะคะ กิจกรรมนี้จะได้ทั้งความคิดสร้างสรรค์และสมาธิค่ะ

2. พับกระดาษเป็นรูปสัตว์

กิจกรรมเล่นกับลูก สุดคลาสสิคที่มีประโยชน์ในเรื่องของการช่วยเสริมพัฒนาการค่ะ กิจกรรมนี้ถ้าคุณพ่อคุณแม่เป็นคนที่พับกระดาษไม่เก่ง หรือยังพับเป็นรูปสัตว์ได้ไม่คล่อง ก็สามารถที่จะปริ้นท์จากในเน็ตได้เลยค่ะ ลองหาแบบที่มีรูปหน้าตาของสัตว์แต่ละชนิดด้วย แล้วมีเส้นบอกรอยพับให้ด้วย จากนั้นก็นำมาพับไปพร้อมๆ กับลูกค่ะ สนุกและได้พัฒนาการทางความคิดเพิ่มขึ้นด้วยล่ะค่า

เล่นกับลูก

3. วาดรูปบนก้อนหิน

กิจกรรมอย่างการวาดรูป เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางความคิดที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งค่ะ แต่การวาดลงบนกระดาษเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เด็กๆ เบื่อได้ในบางครั้งค่ะ ลองเปลี่ยนมาให้ลูกได้วาดรูประบายสีลงบนก้อนหินกันดูบ้างสิคะ ไม่ว่าจะเป็นหินสีขาวเกลี้ยงๆ หรือหินสีอื่นๆ โดยให้ลูกวาดรูปและลงสีได้ตามจินตนาการได้เลยค่ะ รับรองว่าเด็กๆ จะได้สนุกกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างแน่นอนค่ะ

4. สร้างสรรค์รูปสัตว์จากนิ้ว

อีกหนึ่งกิจกรรมที่มาจากการสร้างสรรค์งานศิลปะค่ะ ซึ่งกิจกรรมนี้ก็เพียงแค่ให้เด็กๆ นำนิ้วจุ่มสีแต่ละสีตามความคิดสร้างสรรค์ของลูกค่ะ จากนั้นก็ทาบลงบนกระดาษได้ตามใจ แล้วใช้ปากกาหรือดินสอตกแต่งสีที่ทาบลงบนกระดาษค่ะ โดยให้เป็นรูปสัตว์ชนิดต่างๆ ได้ตามจินตนาการของเด็กได้เลยค่า

กิจกรรมเล่นกับลูก

5. ติดกระดาษสีตามแบบ

กิจกรรมนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ วาดรูปโครงสร้างของอะไรสักหนึ่งสิ่งค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรูปวงกลม สี่เหลี่ยม รูปสัตว์ รูปหัวใจ แบบไหนก็ได้ค่ะ แล้วจากนั้นก็ให้เด็กๆ ทำการฉีกกระดาษสีออกหลายชิ้นในขนาดที่ต่างกัน แล้วแปะลงบนรูปนั้นๆ ค่ะ พยายามให้เหลือพื้นที่สีขาวให้น้อยที่สุดนะคะ เป็นการฝึกสมาธิและการใช้จินตนาการในการเลือกสีกระดาษด้วยค่ะ

บ้านไหนที่อยากลองให้เด็กๆ ได้ใช้ควาามคิดสร้างสรรค์ฝึกสมองอยู่เป็นประจำ ก็ลองนำทั้ง 5 กิจกรรมนี้ไปใช้ เล่นกับลูก ในช่วงวันหยุดกันดูนะคะ รับรองว่าทั้งสนุกทั้งได้ฝึกทักษะทางความคิดเลยล่ะค่า

 

Source : itsalwaysautumn.com

กิจกรรมวาดภาพสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ 1-5 ขวบ

0
กิจกรรมเล่นกับลูก

อย่างที่คุณพ่อคุณแม่ทราบกันค่ะว่า การให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมวาดภาพนั้นจะเป็นการช่วยเสริมสร้างทักษะทางความคิด และพัฒนาการทางด้านศิลปะซึ่งในเด็กวัย 1-5 ขวบ ก็เป็นช่วงวัยที่กำลังเรียนรู้และควรส่งเสริมเรื่องของกิจกรรมวาดภาพมากทีเดียวค่ะ

แต่การสิ่งสำคัญของการให้ลูกได้ทำกิจกรรมศิลปะอย่างการวาดภาพนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องแนะนำลูกๆ ให้เหมาะสมกับช่วงวัยด้วยนะคะ ลองมาดูกันดีกว่าว่าเด็กๆ แต่ละช่วงวัยควรจะได้รับการส่งเสริมด้านศิลปะการวาดภาพแบบกันบ้าง

เล่นกับลูก

1. วาดด้วยการลากเส้นอิสระ

การวาดอย่างมีอิสระเหมาะสำหรับเด็กวัย 15 เดือน ไปจนถึง 2 ขวบค่ะ ซึ่งไม่ว่าลูกจะวาดลายเส้นยึกยัก วงกลม หรือเส้นแบบไหนก็ตามค่ะ ล้วนแต่เป็นการสร้างพัฒนาการให้กับลูกทั้งนั้นเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่ต้องปล่อยให้เด็กวัยนี้มีอิสระกับการวาดภาพได้อย่างเต็มที่ค่ะ เพื่อเสริมสร้างทักษะทางความคิดสร้างสรรค์ค่ะ

2. วาดด้วยการควบคุมมือมากขึ้น

ในช่วงวัย 2-3 ขวบ การให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมวาดภาพนั้น ควรที่จะเป็นการวาดที่ให้ลูกควบคุมมือมากยิ่งขึ้นค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการวาดวงกลมให้กลมมากที่สุด หรือการวาดเส้นตรงด้วยการพยายามควบคุมมือให้เส้นนั้นตรงเท่าที่จะตรงได้ค่ะ การฝึกทักษะเช่นนี้จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการทางกล้ามเนื้อมัดเล็ก และสมาธิที่ดีขึ้นค่ะ

กิจกรรมวาดภาพกับลูก

3. วาดรูปทรงจากการเรียนรู้จุดเริ่มต้น

เมื่อเด็กๆ เริ่มควบคุมมือได้มากขึ้นแล้ว ช่วงระหว่างวัย 2-3 ขวบนี้คุณพ่อคุณแม่ก็ยังสามารถที่จะให้ลูกเรียนรู้เพิ่มเติมได้มากขึ้น จากการวาดจุดแล้วให้ลูกลากเส้นจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งดูค่ะ หรือสอนลูกเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของรูปทรงแต่ละรูปว่า มีการรวมกันของเส้นตรงกี่เส้น เส้นโค้งกี่เส้น เป็นต้นค่ะ ทั้งนี้เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้เรื่องราวของการผสมรวมกันของเส้น จนเกิดเป็นรูปทรงได้ด้วยค่ะ

4. วาดภาพจากตาเห็นหรือภาพบุคคล

สำหรับเด็กในวัย 3-5 ขวบ คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มส่งเสริมให้ลูกวาดภาพจากสิ่งที่เห็น หรือมีตัวแบบมากขึ้นค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของเล่น ตุ๊กตา แจกัน ผลไม้ต่างๆ รวมทั้งนั่งเป็นแบบให้ลูกวาดด้วยก็ได้เหมือนกันค่ะ เพราะเด็กๆ ในวัยนี้จะมีพัฒนาการในการสังเกตมากขึ้น รวมทั้งควบคุมมือในการวาดภาพได้ดีขึ้นด้วยค่ะ การส่งเสริมให้เด็กได้วาดภาพเช่นนี้จะช่วยให้ลูกมีทักษะที่ดีขึ้นได้ค่ะ

กิจกรรมเล่นกับลูก

5. วาดภาพพร้อมเขียนคำพูดหรือตัวหนังสือ

อีกหนึ่งสิ่งที่เด็กในวัย 3-5 ขวบ ต้องได้รับการฝึกฝนพัฒนาการเพิ่มขึ้นจากการวาดภาพก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องส่งเสริมให้ลูกเขียนตัวหนังสือ หรือใส่คำพูดลงไปในภาพด้วยค่ะ เพราะมันจะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องพยัญชนะ การเขียน ควบคู่ไปกับความสนุกจากการได้วาดภาพแบบที่ต้วเองชื่นชอบค่ะ

บ้านไหนที่อยากเสริมพัฒนาการและทักษะหลายๆ ด้านให้กับเด็กก็อย่าลืมส่งเสริมลูกวัย 1-5 ขวบ จากกิจกรรมการวาดภาพทั้ง 5 ข้อนี้นะคะ รับรองว่าจะได้ทั้งความสนุกและความรู้พร้อมกับเพิ่มพัฒนาการให้กับลูกในหลายๆ ด้านเลยล่ะค่ะ

 

5 ข้อดีจากการทำกิจกรรม เล่นกับลูก จากการเล่นตุ๊กตา

0
เล่นตุ๊กตา

ตุ๊กตาเป็นของเล่นที่มีประวัติความเป็นมายาวนานมากๆ เลยค่ะ ซึ่งแม้ว่าจะผ่านไปกว่าหลายร้อยปีแล้ว แต่ตุ๊กตาก็ยังคงเป็นของเล่นที่เด็กๆ ทุกยุคทุกสมัยชื่นชอบค่ะ โดยไม่เพียงแต่การให้เด็กๆ ได้เล่นสนุกกับตุ๊กตาเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะคะ แต่การทำกิจกรรม เล่นกับลูก ก็ยังให้ประโยชน์ในอีกหลายด้านกับเด็กอีกด้วยค่ะ

ลองมาดูข้อดีและประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจากการเล่นกับลูกด้วยตุ๊กตากันเลยค่า

เล่นกับลูก

1. เพิ่มทักษะทางสังคม

ข้อดีอย่างแรกเลยที่ลูกจะได้รับจากการ เล่นกับลูก ด้วยตุ๊กตาก็คือเรื่องของทักษะทางสังคมค่ะ เพราะคุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นได้ชัดเลยว่าลูกจะเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับตุ๊กตา ไม่ว่าจะเป็นการชวนคุย ชวนเล่น ป้อนอาหาร หรือแต่งตัวให้ตุ๊กตาค่ะ ทำให้เด็กมีพัฒนาการในการสื่อสารเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมได้ดีขึ้นค่ะ

2. เรียนรู้การเห็นอกเห็นใจและความเมตตา

เมื่อเด็กได้เรียนรู้เรื่องของความเห็นใจหรือความเมตตากับคุณพ่อคุณแม่แล้ว เด็กก็จะนำมาแสดงออกกับตุ๊กตาซึ่งเป็นเสมือนเพื่อนที่อยู่ในบ้านของเด็กๆ นั่นเอง ทำให้ลูกค่อยๆ ซึมซับเรื่องของการให้ การมีเมตตา รวมทั้งแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจค่ะ เช่น การถามตุ๊กตาว่ากินข้าวหรือยัง, วันนี้เหนื่อยมั้ย เป็นต้นค่ะ

กิจกรรมเล่นกับลูก

3. รู้จักรับผิดชอบ

เด็กจะมีความรับผิดชอบมากขึ้นเมื่อได้เล่นตุ๊กตาตัวโปรดอยู่เป็นประจำค่ะ ซึ่งความรับผิดชอบนี้ก็มาจากการที่เด็กคอยดูแลเอาใจใส่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนชุดให้ตุ๊กตา การพาตุ๊กตาเข้านอน หรือการเก็บเข้าที่เมื่อเล่นตุ๊กตาเสร็จแล้วค่ะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความรับผิดชอบที่เพิ่มเติมเข้ามาเมื่อเด็กรู้สึกผูกพันธ์กับตุ๊กตาค่ะ

4. พัฒนาการทางภาษา

การพูดคุยกับตุ๊กตาเป็นประจำ จะทำให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องของภาษามากขึ้น รวมทั้งยังได้คิดคำศัพท์เฉพาะ หรือชื่อเรียกเฉพาะของตุ๊กตาอีกด้วยค่ะ ซึ่งนี่ก็คือทักษะทางภาษาที่เพิ่มขึ้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้ทำกิจกรรม เล่นกับลูก ด้วยตุ๊กตาอยู่เป็นประจำค่ะ

เล่นตุ๊กตา

5. จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

เรื่องของความคิดสร้างสรรค์นั้นเด็กจะได้รับจากการเล่นตุ๊กตาอย่างแน่นอนค่ะ เพราะการใช้จินตนาการในเรื่องของการสร้างเพื่อนใหม่ หรือความคิดสร้างสรรค์ในการหากิจกรรมสมมติมาเล่นกับตุ๊กตา ซึ่งเมื่อเล่นอยู่เป็นประจำก็เป็นการเพิ่มทักษะทางความคิดสร้างสรรค์ได้ดีทีเดียวค่ะ

เรียกได้ว่าการเล่นตุ๊กตานั้นไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของความสนุกเพียงอย่างเดียวจริงๆ ค่ะ เพราะจากทั้ง 5 ข้อนี้แล้วตุ๊กตาถือว่ามีประโยชน์ในด้านการเสริมทักษะและพัฒนาการกับเด็กๆ มากทีเดียวค่า

 

Source : childventures.ca

 

5 เหตุผลที่บอกว่าทำไมจึงควรออกไป เล่นกับลูก นอกบ้านบ้าง

0
เล่นกับลูก

จากบทความก่อนหน้าที่เราพูดถึงเรื่องราวของการชวนเด็กๆ ออกไปเล่นนอกบ้านกัน ซึ่งเราก็ได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพัฒนาการและกิจกรรมที่เหมาะสมต่อการเล่นนอกบ้านกันไปแล้ว คราวนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปดูถึงเหตุผลของการที่ต้องพาเด็กๆ ออกไปเล่นนอกบ้านกันบ้างค่ะ

เล่นกับลูก

1. ช่วยเพิ่มผลการเรียนที่ดีขึ้นได้

ในต่างประเทศได้มีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของการ เล่นกับลูก นอกบ้านเอาไว้ค่ะว่า เมื่อเด็กๆ ได้ทำการเล่นสนุกที่สนามเด็กเล่น หรือสวนหน้าบ้านแล้ว เด็กก็จะเกิดความคิดสร้างสรรค์และมีสมาธิจดจ่อในสิ่งที่ทำได้ดียิ่งขึ้นค่ะ ซึ่งเมื่อกลับไปที่โรงเรียนเด็กก็จะมีใจจดจ่อกับการเรียน มีสมาธิที่จะรับฟังการเรียนการสอนได้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ

2. ช่วยในการนอนหลับที่ดีขึ้น

มีผลวิจัยในแคนนาดาพบว่า เด็กๆ ที่ได้ทำกิจกรรมในช่วงกลางวันหรือตอนเย็นนั้นจะนอนหลับได้ดีกว่าเด็กๆ ที่ใช้เวลาอยู่ในห้องเรียน หรืออยู่ในบ้านเป็นเวลานาน เพราะส่วนหนึ่งกิจกรรมเล่นกับลูก หรือกิจกรรมที่เด็กๆ ได้ทำกลางแจ้งจากที่โรงเรียน จะเป็นการออกกำลังกายด้วยวิธีหนึ่ง แถมยังเป็นผลดีกับๆ เด็กที่ทำให้นอนหลับได้เร็วและลึกขึ้นด้วย

เล่นกับลูกนอกบ้าน

3. สร้างความสุข ลดความเครียด

แม้ว่าวัยเด็กอาจจะดูไม่ได้มีภาวะความเครียดได้มากเท่าผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ว่าความว่าเด็กๆ จะไม่เครียดนะคะ ซึ่งเมื่อเด็กมีความเครียด ก็มีโอกาสที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าตามมาได้ด้วยค่ะ การที่เด็กๆ ได้เล่นกับคุณพ่อคุณแม่ หรือกับเพื่อนในสนามเด็กเล่น หรือที่โล่งกว้าง จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการสร้างความสุขให้กับเด็กได้ค่ะ ซึ่งเมื่อมีความสุขแล้ว ความทุกข์หรือความเครียดก็ลดลงหายไปอีกด้วยค่ะ

4. ลดอาการสมาธิสั้น

สำหรับข้อนี้ คือผลพวงที่ต่อยอดมาจากการสร้างสมาธิค่ะ เพราะเมื่อเด็กได้เล่นสนุกกับบางสิ่งบางอย่างแล้ว การที่จะเล่นอย่างจดจ่อ หรือมีสมาธิในสิ่งที่ทำที่เล่นอยู่ก็มีเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้ทำกิจกรรมเล่นกับลูกนอกบ้านเป็นประจำ ก็จะช่วยลดอาการของโรคสมาธิสั้นในเด็กลงไปได้เองค่ะ

กิจกรรมเล่นกับลูก

5. ลดการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน

ที่โรงเรียนประถมในโตรอนโตมักจะมีกิจกรรมที่ให้เด็กๆ ได้ออกมาเล่นสนุกร่วมกันกลางแจ้ง รวมทั้งบางครั้งก็ยังพาเด็กๆ ออกมาแสดงละคร หรือบทบาทสมมุติ โดยที่เด็กๆ ทุกคนจะมีส่วนร่วมระหว่างกัน ทำให้เกิดการสร้างสังคมที่ดีขึ้นในเด็กทุกคน รวมทั้งยังเป็นการสร้างมิตรภาพระหว่างเด็กแต่ละคนมากขึ้นด้วย ซึ่งผลก็คือปัญหาเรื่องของการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนก็มีลดลงด้วย ในส่วนของการเล่นกับคุณพ่อคุณแม่ ก็มีผลที่ช่วยเพิ่มความสนิทระหว่างคนในครอบครัวมากขึ้นด้วยค่ะ

วันหยุดนี้ลองหาเวลาชวนเด็กๆ ออกไปทำกิจกรรม เล่นกับลูก นอกบ้านกันดูนะคะเพราะจากทั้ง 5 เหตุผลนี้แล้ว จะเห็นได้เลยค่ะว่า เป็นผลดีต่อการใช้ชีวิตของเด็กๆ มากทีเดียวค่ะคุณพ่อคุณแม่

 

Source : todaysparent.com

 

เล่นกับลูก นอกบ้านเสริมพัฒนาการได้ด้วย 5 กิจกรรมนี้

1
เล่นกับลูกนอกบ้าน

กิจกรรมนอกบ้าน เป็นเรื่องที่จะทำให้เด็กมีความสุขกับการเล่น และได้เสริมสร้างพัฒนาการให้กับตัวเองในหลายด้านค่ะ โดยกิจกรรมที่เหมาะสำหรับเด็ก ที่ช่วยเสริมพัฒนาการได้จริงๆ นั้น คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะต้องเลือกกันสักนิดค่ะ ลองมาดู 5 กิจกรรมสำหรับ เล่นกับลูกนอกบ้าน ที่เรานำมาฝากกันเลยค่า

เล่นกับลูก

1. เล่นซ่อนแอบในสวน

การ เล่นกับลูก ด้วยวิธีเล่นซ๋อนแอบนั้น แนะนำเลยค่ะว่าให้ลองเล่นในสวนดู เพราะเด็กๆ จะรู้จักกับการวิ่ง การเดิน และการก้มหลบได้ดีค่ะ เหมาะกับเด็กในวัยหัดเดินค่ะ นอกจากนี้ก็ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างพัฒนาการทางสังคมให้กับลูกได้ดีอีกด้วยค่ะ แต่ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องกำหนดพื้นที่ให้ชัดเจนนะคะ เพื่อความปลอดภัยค่า

2. วาดภาพระบายสี

ในที่โล่งกลางแจ้ง เด็กๆ สามารถที่จะมองเห็นความสวยงามของธรรมชาติได้มากกว่าค่ะ แถมยังได้เห็นสีที่แตกต่างกันอย่างตรงไปตรงมา การให้ลูกได้วาดภาพระบายสีกลางแจ้งจะช่วยสร้างพัฒนาการในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ และเรื่องของการสังเกตุได้ดีขึ้นค่ะ

เล่นกับลูก

3. วางหินซ้อนกัน

กิจกรรมนี้คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องหาอุปกรณ์กันสักหน่อย ซึ่งอุปกรณ์หลักที่ต้องใช้ก็คือหินก้อนเล็กๆ ค่ะ หรือถ้าหากไม่มีจริงๆ ก็ต้องหาเตรียมไปด้วยนะคะ โดยเมื่ออยู่ในสนามเด็กเล่น หรือสวนสาธารณะก็ให้เด็กๆ ได้ลองวางหินซ้อนกันให้สูงที่สุดค่ะ โดยพยายามอย่าให้กองหินล้มหรือล่วงลงมาเสียก่อนนะคะ กิจกรรมเล่นกับลูก กิจกรรมนี้จะช่วยให้เด็กมีสมาธิที่ดียิ่งขึ้น เหมาะกับเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นค่ะ

4. แข่งฮูลาฮู้บ

การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมนอกบ้านที่เหมาะสำหรับครอบครัวมากๆ ค่ะ ถ้าหากไม่รู้ว่าจะเล่นกีฬาอะไร หรือทำกิจกรรมไหนดี นี่เลยค่ะ แข่งฮูลาฮุ้บกันระหว่างพ่อแม่ลูกได้เลยค่า รับรองว่าทั้งสนุกและเสริมพัฒนาการให้กับเด็กๆ ได้หลายด้านทีเดียวค่ะ

เล่นกับลูกนอกบ้าน

5. ปลูกต้นไม้

นอกจากจะเล่นสนุกกับลูกๆ แล้ว การให้เด็กได้ผ่อนคลายด้วยการหว่านเมล็ดพันธุ์ หรือปลูกต้นไม้เล็กๆ สักต้นก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เด็กๆ จะได้ตื่นเต้นกับการเห็นเมล็ดพันธุ์ที่ปลูกไว้ค่อยๆ เติบโตค่ะ อย่าลืมที่จะแนะนำให้ลูกรู้ด้วยนะคะ ว่าควรรดน้ำต้นไม้เวลาไหน และเปลี่ยนดินตอนไหน เพื่อให้ต้นไม้หรือเมล็ดพันธุ์ที่ปลูกไว้เติบโตได้อย่างที่ตั้งใจนั่นเองค่า

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ลองเปลี่ยจากกิจกรรม เล่นกับลูก ในบ้านมาเป็นกิจกรรมเล่นกับลูกจนอกบ้านดูบ้าง รับรองว่าเด็กๆ จะได้ทั้งสนุกและมีพัฒนาการหลายด้านดีขึ้นแน่นอนค่ะ

 

5 วิธีช่วยให้ลูกห่างไกลจากโรคหวัดในช่วงฤดูฝน

0
ไข้หวัด
ช่วงหน้าฝนแบบนี้ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม้ต้องระมัดระวังกันมากที่สุดก็คือ เรื่องของการโรคหวัดค่ะ ซึ่งโรคหวัดนั้นมักจะทำให้เด็กๆ ป่วยเป็นไข้และไม่สบายได้ค่ะ แต่การที่จะให้เด็กได้มีภูมิคุ้มกันและห่างไกลจากโรคหวัดได้นั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะทำได้ด้วย 5 วิธีนี้เลยค่ะ

โรคหวัด

1. ชวนลูกออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การหากิจกรรม เล่นกับลูก ที่ช่วยให้เด็กได้ออกกำลังกายเป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับเด็กได้ค่ะ ซึ่งการออกกำลังกายกายสม่ำเสมอนั้น สามารถทำได้ทั้งภายในและภายนอกบ้านเลยนะคะ เมื่อลูกแข็งแรงขึ้นด้วยการออกกำลังกายแล้ว ก็วางใจได้ในระดับนึงแล้วล่ะค่ะว่า เด็กจะไม่เจ็บป่วยได้ง่ายๆ แน่นอน

2. ให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ

การให้ลูกได้พักผ่อนอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กมีสุจขภาพที่ดีและร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้นด้วยค่ะ ซึ่งก็มีคำแนะนำว่า เด็กอายุไม่เกิน 5 ขวบ ควรที่จะนอนประมาณ 10-11 ชั่วโมง โดยรวมการนอนกลางวันแล้วด้วยนะคะ

โรคหวัด

3. หลึกเลี่ยงที่จะโดนฝนให้มากที่สุด

ตัวการสำคัญที่ทำให้เด็กป่วยด้วยไข้หวัดได้ง่ายก็คือ การโดนฝนนั่นเองค่ะ คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กโดนฝน หรือหากจำเป็นจริงๆ ก็ต้องเปียกให้น้อยที่สุด แล้วรีบอาบน้ำสระผมในทันทีค่า ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าบ้านไหนอยากจะเสริมพัฒนาการให้กับเด็ก ก็สามารถ เล่นกับลูก ด้วยการเล่นน้ำฝนได้เหมือนกันนะคะ แต่ก็ต้องดูในช่วงที่ปริมาณฝนไม่หนาแน่น หรือฝนตกหนักมากจนเกินไปค่า

4. แนะนำให้ลูกใส่หน้ากากอนามัย

หากที่โรงเรียนของลูกสามารถที่จะใส่หน้ากากอนามัยได้ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องไม่ลืมที่จะแนะนำให้ลูกใส่บ้างในช่วงเวลาที่ต้องทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนค่ะ เพราะการอยู่ร่วมกันหากว่ามีใครที่ป่วยเป็นไข้หวัด เมื่อมีการไอหรือจาม ก็อาจส่งผลให้เด็กคนอื่นๆ ติดไข้หวัดได้ค่ะ ฉะนั้นแล้วหากไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยก็ต้องแนะนำให้ลูกปิดปาก เมื่อไอหรือจามค่ะ

โรคหวัด

5. ทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีจะช่วยสร้างภูมิต้านทานไข้หวัดให้กับเด็กได้ดีขึ้นคะ ซึ่งผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงได้แก่ ส้ม มะนาว มะเขือเทศ มะละกอ และบล็อคโคลี่ เป็นต้น นอกจากจะช่วยเรื่องเพิ่มวิตามินซีเพื่อสร้างภูมิต้านทานแล้ว การรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำก็ยังช่วยให้เด็กได้รับพลังงาน ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วยค่ะ

หน้าฝนแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ลองนำทั้ง 5 วิธีนี้ไปใช้ เพื่อช่วยให้เด็กๆ ไม่เสี่ยงต่อการเป็นหวัดได้ค่ะ แต่ยังไงก็อย่าลืมรักษาสุขภาพของตัวเองด้วยนะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นหวัดเสียแทนได้ค่า

 

ข้อดีของการให้เด็กเก็บของเล่นหลังกิจกรรม เล่นกับลูก

0
กิจกรรมเล่นกับลูก

เมื่อทำกิจกรรมเล่นกับลูกเรียบร้อยแล้ว บ่อยครั้งที่เด็กๆ จะเปลี่ยนสนใจไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็ต้องปวดหัวกับการเก็บของเล่นเด็กกันต่อ โดยที่ของเล่นบางชิ้นก็กระเด็นกระดอนไปไกลกันเสียด้วย

การให้เด็กๆ หัดเก็บของเล่นด้วยตัวเอง แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะเพิ่ง เล่นกับลูก เป็นสิ่งที่ดีค่ะ เพราะมีข้อดีหลายข้อที่เด็กๆ จะได้รับจากการฝึกเก็บของเล่นด้วยตัวเอง ลองมาดูข้อดีที่เรานำมาฝากกันเลยค่า

เล่นกับลูก

  1. เกิดความรับผิดชอบ

เมื่อหยิบของเล่นออกมาเล่นแล้ว ของเล่นบางชิ้นก็ไม่สามารถที่จะเล่นอยู่แค่ในพื้นที่แคบๆ ได้ อย่างเช่นรถไขลาน หรือลูกบอลค่ะซึ่งการทำ กิจกรรมเล่นกับลูก ของคุณพ่อคุณแม่กับเด็กๆ ก็ต้องการพื้นที่สำหรับของเล่นเหล่านี้ด้วย ทำให้บางทีของเล่นต้องอยู่ห่างไกลออกไป ซึ่งเมื่อเด็กๆ มีความคุ้นเคยกับการเก็บของเล่นเองแล้ว ต่อให้จะอยู่ไกลขนาดไหน เด็กก็จะมีความรับผิดชอบด้วยการเดินไปเก็บกลับมาไว้ที่เดิมอยู่เสมอค่ะ

2. หาของเล่นเจอได้ง่าย

เมื่อให้เด็กได้เก็บของเล่นด้วยตัวเอง เวลาที่ลูกจะหยิบออกมาเล่นก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่าของเล่นชิ้นไหนเก็บไว้ตรงไหนบ้าง หมดปัญหาเรื่องของการหาของเล่นไม่เจอไปได้เลยค่ะ อีกอย่างเมื่อลูกๆ เก็บของเล่นเองบ่อยขึ้นก็จะรู้ด้วยว่าของเล่นของตัวเองมีเยอะมากขนาดไหน เมื่อไปเดินห้างก็จะไม่งอแงอยากได้ง่ายๆ อีกด้วยค่ะ

เล่นกับลูก

3. มีความเป็นระเบียบมากขึ้น

สำหรับบ้านที่มีของเล่นมากๆ ในช่วงที่เด็กได้เก็บของเล่นด้วยตัวเองนั้น ให้คุณพ่อคุณแม่ลองถามลูกดูค่ะว่า อยากหาที่เก็บของเล่นใหม่มั้ย หรือว่าของเล่นเยอะแล้วจะเก็บตรงไหนแบบไหนให้ดูเรียบร้อยดี ซึ่งเด็กๆ จะเกิดความคิดในการจัดเก็บของเล่นให้มีความเป็นระเบียบดูเรียบร้อยได้มากขึ้นค่ะ

4. รักษาของเล่นได้ดีขึ้น

เมื่อรู้สึกว่าของเล่น เป็นสิ่งมีค่าและมีความสำคัญ เด็กๆ ก็จะเล่นอย่างระมัดระวังมากขึ้นและไม่ทิ้งขวางของเล่นด้วยค่ะ เพราะเมื่อลูกได้เก็บของเล่นด้วยตัวเองบ่อยๆ ก็จะเห็นถึงความสำคัญและรู้ว่าของเล่นชิ้นไหนเป็นของรักของตัวเองด้วยค่ะ

กิจกรรมเล่นกับลูก

5. รู้จักการช่วยงานบ้าน

เมื่อ เล่นกับลูก แล้วคุณพ่อคุณแม่ส่วนมากก็จะเหนื่อยและอยากพักผ่อน การให้เด็กได้เก็บของเล่นด้วยตัวเองก็ถือว่าเป็นการช่วยงานบ้านด้วยวิธีหนึ่งค่ะ ซึ่งเมื่อเด็กรู้จักการช่วยทำงานบ้านแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถสอนให้ลูกได้ลองทำงานบ้านอื่นๆ ได้ด้วยนะคะ

การให้เด็กหัดเก็บของเล่น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยสร้างพัฒนาการ และให้ข้อดีแก่ลูกได้ไม่ไม่แพ้กับการทำกิจกรรม เล่นกับลูก เลยนะคะ