Sunday, 26 September 2021

5 กิจกรรมเล่นกับลูก เพื่อสำรวจความ’สมาธิสั้น’ในเด็ก

ช่วงเวลาแห่งความซนของเด็กจะเริ่มขึ้นจริงจัง เมื่ออายุย่างเข้า 3 ขวบขึ้นไป ซึ่งเด็กในวัยนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค สมาธิสั้นได้ค่อนข้างง่าย โดยการเป็นโรคสมาธิสั้นในเด็กนั้น อาจส่งผลเสียในระยะยาวได้ เนื่องจากเด็กจะไม่สามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้เป็นเวลานาน และไม่มีสมาธิในการตั้งใจทำสิ่งนั้น ๆ ได้เป็นเวลานาน แล้วคุณพ่อคุณแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกมีความเสี่ยงต่อสภาวะ ‘สมาธิสั้น’ วันนี้เรามี กิจกรรมเล่นกับลูก ที่ช่วยสำรวจในเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ

กิจกรรมเล่นกับลูก 1. อ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟัง

การอ่านนิทานให้ลูกฟังนั้น เป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมพัฒนาการที่ดีในเด็กได้หลายด้านเลยค่ะ ซึ่งเมื่อคุณพ่อคุณแม่เริ่มเล่านิทานให้ลูกฟังแล้ว หากเด็กมีความสนใจ และตั้งใจฟังได้จนจบก็แสดงว่า ลูกของคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้มีความเสี่ยงของภาวะ สมาธิสั้น ค่ะ หรือหากมีซุกซนบ้างเล็กน้อยแต่จับใจความได้ ก็ยังไม่ถือว่ามีความเสี่ยงค่ะ แต่ถ้าเด็กฟังได้ไม่ถึง 3-5 นาที หรือน้อยกว่านั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องลองจับตาดูพฤติกรรมต่อไปแล้วละค่ะ

2. เล่นต่อจิ๊กซอว์

อีกหนึ่งกิจกรรมที่เด็ก ๆ มักจะชื่นชอบ และใช้เวลาทำกิจกรรมได้นาน ซึ่งการต่อจิ๊กซอว์นั้นเด็กจะต้องสนใจกับการหาตัวต่อไปทีละส่วนค่ะ ซึ่งความสนุกอยู่ตรงที่ภาพค่อย ๆ ปรากฏออกมาให้เห็นนั่นเองค่ะ แต่เมื่อไหร่ที่ลูกเริ่มให้ความสนใจกับสิ่งอื่นมากกว่า หรือต่อจิ๊กซอว์ได้ สองถึงสามชิ้นแล้วหันไปเล่นอย่างอื่นแทน ก็มีความเป็นไปได้เกี่ยวกับภาวะสมาธิสั้นได้ค่ะ

กิจกรรมเล่นกับลูก

3. วาดภาพระบายสี

การวาดภาพระบายสี หรือทำงานศิลปะนั้นจะช่วยสรา้งสมาธิที่ดีให้กับเด็กได้นะคะ แต่ถ้าเมื่อใดลูกเริ่มว่อกแว่ก วาดบ้างไม่วาดบ้าง หรือทำได้นิดหน่อยก็ไปเล่นอย่างอื่น ถ้าเป็นอย่างนี้เป็นประจำ ก็อาจมีผลมาจากการที่เด็กนั้นมีภาวะของ สมาธิสั้นได้ค่ะ

4. เล่นกีฬากลางแจ้ง

กีฬาที่ต้องใช้สถานที่กลางแจ้งอย่างการเตะฟุตบอล ตีแบด และอื่น ๆ นั้นเป็นช่วงที่เด็กจะจดจ่อกับความสนุกจากการได้วิ่งเล่น ได้เลี้ยงลูกฟุตบอล หรือเพลิดเพลินกับบรรยากาศนอกบ้าน ซึ่งในเด็กที่สมาธิสั้นนั้น การที่ต้องใช้เวลาในการเตะฟุตบอลนาน ๆ หรือตีแบด ปั่นจักรยานนาน ๆ นั้นอาจทำให้เด็กอารมณ์เสีย และไม่อยากทำได้ค่ะ ซึ่งเด็กจะสนใจกิจกรรมที่อยู่ในบ้านมากกว่า

เด็กสมาธิสั้น

5. เล่นของเล่นอื่น ๆ

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะสำรวจดูว่าลูกนั้นมีความเสี่ยงจากอาการสมาธิสั้นหรือไม่นั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถดูได้จากการเล่นขของเล่นที่มีค่ะ เช่น ลูกใช้เวลาเล่นกับของเล่นชิ้นนั้นนานแค่ไหน เล่นแล้วเก็บหรือไม่ หรือเด็กมีความต้องการที่จะดูทีวี เล่นมือถือ แท้ปเล็ต ในระหว่างเล่นของเล่นด้วยหรือไม่ หากลูกไม่มีสมาธิที่จะเล่นของเล่นเป็นเวลานาน ๆ ได้ ก็สันนิษฐานไว้ก่อนได้เลยค่ะ ว่าอาจเข้าข่ายของอาการสมาธิสั้นได้

แม้ว่าทั้ง 5 ข้อนี้จะเป็น กิจกรรมเล่นกับลูก ที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สำรวจพฤติกรรมเด็กได้ว่า มีโอกาสสมาธิสั้นหรือไม่ก็ตาม แต่ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปหรือปักใจเชื่อนะคะ เพราะอาการดังกล่าวอาจเป็นความซุกซนของเด็กในแต่ละช่วงวัยก็เป็นได้ค่ะ ทางทีดีลองสำรวจพฤติกรรม แล้วนำไปปรึกษาคุณหมออีกทีเพื่อความชัวร์จะดีกว่าค่ะ เพราะหากเป็นจริง ๆ ก็จะได้หาวิธีแก้ไขกันได้ทันเวลาค่า